จูงมือแฟนเที่ยว 7 สถานที่เที่ยวสุดโรแมนติก ในเมืองไทย

ทริปพาคนรักไปเที่ยวชมธรรมชาติในบรรยากาศหวานๆ ณ 7 ที่เที่ยวสุดโรแมนติกจากเหนือจรดใต้ของเมืองไทย รับรองว่าสวีทประทับใจไม่แพ้ไปเที่ยวเมืองนอกแน่นอน

เที่ยวเมืองไทยก็หวานได้ขอบอก บ้านเรามีทั้งทะเลหมอก ขุนเขา สายน้ำ ทุ่งดอกไม้งาม ทรายขาว ทะเลใส และอีกสถานที่เที่ยวโรแมนติกมากมายในไทยที่ใครไปก็ประทับใจไม่รู้ลืม อยากรู้กันแล้วหละสิว่าที่เที่ยวสุดโรแมนติกนั้นมีที่ไหนกันบ้าง

1.ปาย-ปางอุ๋ง แม่ฮ่องสอน

เมืองในหมอกแดนเหนือที่ไม่เคยตกชาร์ตสถานที่ท่องเที่ยวสุดโรแมนติกของไทย เพราะเมืองในหมอกเมืองนี้มีธรรมชาติสวยงามและบรรยากาศเย็นสบายตลอดปี อีกทั้งในปัจจุบันก็เดินทางไปเที่ยวได้อย่างสะดวกและมีที่พักให้เลือกหลายแบบ ไม่ว่าคุณอยากไปนอนกกไออุ่นกันในเต็นท์ริมน้ำ หรือจะไปฮันนีมูนหวานๆ ในรีสอร์ทแสนสวย แถมยังมีกิจกรรมให้ได้ทำร่วมกับคนรักหลายอย่าง เช่น เดิมชมธรรมชาติ เยี่ยมชมหมู่บ้านชาวเขา หรือจะแค่ชิลเอ้าท์จิบกาแฟชมสายหมอกยามเช้าก็โรแมนติกใช่ย่อยนะ

2. เกาะพยาม – ระนอง

ไม่ต้องบินไปไกล ที่ไทยก็มีมัลดีฟส์ เกาะพยาม จังหวัดระนอง มีทะเลสวยฟ้าใสไม่ต่างกัน เริ่มต้นด้วยการแวะไปไหว้พระที่พระอุโบสถกลางน้ำวัดพยอม ลงเล่นน้ำสนุกสนานกันที่อ่าวใหญ่ หรือจะไปดำน้ำดูปลาที่อ่าวกวางปีป ขี่มอเตอร์ไซค์ท่องเกาะ ให้เป็นวันสุดชิลล์สำหรับสองคน

3.เขาค้อ เพชรบูรณ์

จุดชมทะเลหมอกขึ้นชื่อจนกลายเป็นสร้อยคำนิยมเรื่อยมาว่า “เขาค้อทะเลหมอก” โดยเฉพาะช่วงปลายฝนต้นหนาวที่จะเกิดหมอกหนาสุด แต่ทั้งนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาค้อจะมีดีแค่ทะเลหมอก ในทางตรงกันข้าม เขาค้อเที่ยวได้ตลอดปี มีที่พักและที่เที่ยวหลายแห่งทั้งในบริเวณเขาค้อและภูเขาใกล้เคียง แถมรีสอร์ทที่พักแนวฮันนีมูนก็มีอยู่มาก ด้วยเหตุที่มีอากาศเย็นสบายตลอดปี ผนวกกับธรรมชาติสวยงามคล้ายเมืองในหุบเขาแถบยุโรป เขาค้อจึงเป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวยอดนิยมของคู่รักชาวไทยเสมอมา

4.อุทยานแห่งชาติภูกระดึง

อุทยานแห่งชาติภูกระดึงมีอะไรเซอร์ไพรส์คุณและคนรักได้ตลอดเวลา ทั้งเส้นทางสุดโหดที่ต้องร่วมกันฟันฝ่า, ความสวยงามของผาต่าง ๆ, การนอนเต็นท์สัมผัสบรรยากาศหนาว หรือจะเป็นการเห็นสัตว์ป่าอย่างใกล้ชิด ใครที่เป็นคู่รักนักเดินทางขาลุยก็อย่าลืมมาพิสูจน์ความรักความผูกพันกันที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จังหวัดเลย กันนะจ๊ะ

5.วังน้ำเขียว

สมกับเป็นสวิตเซอร์แลนด์แดนอีสานเลยล่ะ สำหรับวังน้ำเขียวที่ซึ่งนักท่องเที่ยวทั่วสารทิศแวะเวียนกันไปไม่ขาดสาย เนื่องจากทัศนียภาพที่สวยงามที่ถูกโอบล้อมด้วยขุนเขารอบด้าน บวกกับอากาศอันบริสุทธิ์ที่พร้อมให้คุณและคนรักสูดเข้าไปได้อย่างเต็มปอด ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจในวันวาเลนไทน์นี้ค่ะ

6.เกาะเสม็ด

ในปี 2556 ชื่อของ เกาะเสม็ด คงกลายเป็นที่รู้จักมากขึ้น หลังเกิดเหตุการณ์ท่อน้ำมันดิบกลางทะเลรั่วไหล ส่งผลให้น้ำมันดิบจำนวน 50,000 ลิตร ไหลลงสู่ทะเลระยอง จากนั้นกระแสคลื่นลมแรงได้ทำให้คราบน้ำมันทะลักเข้ามายังชายฝั่งอ่าวพร้าว เกาะเสม็ด แต่ทั้งผู้ที่เกี่ยวข้อง ชาวบ้าน และอาสาสมัครต่างก็ช่วยกันฟื้นฟูจนทำให้อ่าวพร้าว เกาะเสม็ด กลับมาน่าเที่ยวเหมือนเมื่อวันวาน น้ำทะเลยังคงใสสะอาดและน่าเล่นเช่นเคย สำหรับแหล่งท่องเที่ยวที่โดดเด่น คือ ชายหาดต่าง ๆ เช่น หาดทรายแก้ว อ่าวน้อยหน่า อ่าวลูกโยน อ่าวไผ่ อ่าวพุทรา อ่าวทับทิม อ่าวลุงดำ อ่าวช่อ ฯลฯ นอกจากนี้ เกาะเสม็ดยังเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก มีที่พักหลากหลายรูปแบบจำนวนมาก ราคาไม่แพง จึงถือเป็นเกาะเปี่ยมเสน่ห์และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สมบูรณ์แบบอีกแห่งหนึ่งในปัจจุบัน

7.ดอยอ่างขาง

เพราะอากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งปี แวดล้อมด้วยพรรณไม้และดอกไม้นานาชนิด ทำให้ ดอยอ่างขาง กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวฮอตฮิตในปี 2557 ได้ไม่ยากเลย อีกทั้งยังมีแหล่งท่องเที่ยวให้ได้ไปชื่นชมหลากหลาย เช่น สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง, สวนบอนไซ, จุดชมวิวกิ่วลม, พิพิธภัณฑ์โรงงานหลวงที่ 1 (ฝาง) โดยเฉพาะการไปสัมผัสกับวิถีชีวิชาวเขาเผ่าต่าง ๆ ณ หมู่บ้านขอบด้ง, หมู่บ้านนอแล และหมู่บ้านหลวง แต่ดูเหมือนว่าไฮไลท์ที่หลาย ๆ คนรอคอย คือ การไปเก็บสตรอว์เบอร์รีตามสวนต่าง ๆ ที่มีอยู่มากมาย

 

เป็นไงบ้างค่ะ 7 ที่ที่นำมาฝากถูกใจคู่รักแบบคุณกันหรือป่าว หยุดยาวนี้อย่าลืมแบ่งเวลาไปพักผ่อนกันน่ะค่ะ

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*